ความหมายของเศรษฐศาสตร์
     
จากความขาดแคลนและปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้แต่ละสังคมต้องหา
 

วิธีการใน การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด วิชาเศรษฐศาสตร์
( Economics) จึงมีบทบาทในการปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการศึกษา
เพื่อหาหนทางในการจัดสรรทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดซึ่ง

 

นักเศรษฐศาสตร์ห ลายท่านได้ให้คำจำกัดความของวิชาเศรษฐศาสตร์ในแนวทางเดียวกัน เช่น

     
“ วิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นการศึกาถึงการจัดสรรทรัพยากรไปใช้ในการผลิตสินค้าและ
บริการต่างๆ เพื่อสร้างความพอใจให้กับผู้บริโภคที่มีความต้องการอย่างไม่จำกัด ”( Amos, 1987)
     
“ วิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นการศึกษาถึงเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่มีความขาดแคลน
ในการสร้างความพอใจตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด ”
( Lipsey, Steiner, Puurvis and Courant, 1990)
     
“ วิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นการศึกษาว่า วิธีการใดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ทรัพยากรที่มี
ความขาดแคลนไปในทางเลือกต่างๆที่มีอยู่ ” ( Shiller, 1983)
 
จากแนวทางของคำจำกัดความต่างๆ ที่กล่าวมานั้น สรุปได้ว่า
     
วิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ ที่ศึกษาถึงวิธีการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่
อย่างจำกัด และ มีความขาดแคลนไปผลิตสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของ
มนุษย์ซึ่งมีความต้องการอย่างไม่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
       
 

เศรษฐกิจพอเพียง

    เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชฐาที่ชี้แนะแนวทางในการดำรงอยู่และการปรับตนให้กับประชาชน
  นทุกระดับแต่ระครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหาร
ประเทศให้ดำเนินใน“ ทางสายกลาง ” โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทัน
ต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน
 

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีกระแสรับสั่งแนะแนวทางการดำเนินชีวิต โดยอาศัยหลัก
  เศรษฐกิจพอเพียงสมควรที่พวกเราจะได้ทบทวน ศึกษาด้วยสติที่มั่นคง ปัญญาที่เฉียบแปลม และ
ด้วยความรู้ความเข้าใจชลึกซึ้ง ปรับวิถีชีวิตของพวกเราชาวไทยให้ยึดมั่นตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อสร้างและยึดมั่นวิถีชีวิตไทย อันนำพวกสู่ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้
       

ความหมายเศรษฐกิจพอเพียง.

     
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน
พระราชดำรัส เพิ่มเติมในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้
     
“ .....คำว่า พอเพียง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึง การมีพอใช้สำหรับ
ใช้ของตัวเองมี ความหมายว่าพอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเอง..... ”
     
“ .....ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีใช้ไม่ฟุ่มเผือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ
แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ก็ทำให้มีควาสุง ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำสมควรที่จะปฏิบัติ..... ”
     

“ ..... Self-sufficiency นั้น หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืม

คนอื่นอยู่ได้ด้วยตนเอง..... ”

     
“ .....คนเราถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็
เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง
หมายความว่า พอประมาณ ซื่อตรงไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข..... ”
       
 
       
จากแนวพระราชดำรัส ข้างต้น พอสรุปความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ดังนี้
     
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรือภูมิภาคหนึ่งๆ
ในการผลิตสินค้าหรือบริการทุกชนิด เพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพอปัจจัยต่างๆที่เรา
ไม่ได้เป็นเจ้าของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือ ความสามารถในการดำรง
ชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ
และที่สำคัญไม่หลงใหลไปตามกระแอของวัตถุนิยม มีอิสรภาพ เสรีภาพ ไม่พันธนาการ
อยู่กับสิ่งใดเศรษฐกิจพอเพียง คือ การดำรงชีวิตในความพอดี มีชีวิตใหม่ หันกลับมายึด
เส้นทางสายกลางในการดำเรงชีวิต คือ หวนกลับมาใช้วิถีชีวิตไทย จะทำให้บ้านเมือง
และ ตัวเราหลุดพ้นความทุกข์และมีความสุขในที่สุด