เอกภพ
 
- เอกภพ
- ระบบสุริยะ
      > ดาวพฤหัส
      > ดาวเสาร์
      > ดาวยูเรนัส
      > ดาวเนปจูน
      > โลก
      > ดาวศุกร์
      > ดาวอังคาร
      > ดาวพุธ
      > ดาวพลูโต
- วัตถุอื่นๆ บนท้องฟ้า
      > ดาวเคราะห์น้อง
      > ดาวหาง
      > อุกาบาต
 

เอกภพ

      ในเอกภพ จะประกอบด้วย กาแลกซี ที่มีขนาด และรูปร่างแตกต่างกันออกไป เป็นล้านๆ กาแลกซี และภายใน กาแลกซีเอง จะประกอบด้วยดวงดาวต่างๆ ทั้ง ดาวฤกษดาวเคราะห์ ฝุ่น และกลุ่มเนบิวลา อีก เป็นล้านๆ ดวง
     ดาวฤกษ์ หมายถึง ดวงดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง ดวงอาทิตย์เป็นดาววฤกษ์ดวงหนึ่ง ดาวฤกษ์ ประกอบด้วย แก๊สไฮโดรเจน และแก๊สฮีเลียมถึงร้อยละ 99
     ดาวเคราะห์ คือ วัตถุขนาดใหญ่ ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ หรือดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ มีสองประเภท ใหญ่ ๆ คือ
- ดาวเคราะห์หิน เช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร
- ดาวเคราะห์แก๊ส เช่นดาวพฤหัส ดาวเสาร์ และดาวเนปจูน อีกดวงหนึ่ง คือดาวพลูโต เป็นดาวเคราะห์ ที่มีลักษณะ แตกต่าง ออกไป คาดว่า ประกอบ ด้วยน้ำแข็ง
       - การเรียงลำดับขนาดของดาวเคราะห์ จากขนาดใหญ่ ไปหาขนาดเล็ก เป็นดังนี้ ดาวพฤหัส > ดาวเสาร์ > ดาวยูเรนัส > ดาวเนปจูน > โลก > ดาวศุกร์ > ดาวอังคาร > ดาวพุธ > ดาวพลูโต

     กลุ่มเนบิวลา คือ ส่วนที่เคยเป็นแก๊ส และฝุ่นผง ชั้นผิวนอก ของดาวฤกษ์บางชนิด
 
•  1 ปีแสง เป็นหน่วยวัดระยะทาง ที่ใช้กันเฉพาะใน ดาราศาสตร์ เป็นระยะทางที่แสงเดินทาง ในสุญญากาศ เป็นเวลา 1 ปี คิดเป็นระยะทางเท่ากับ 9.4605 ? 10 15 ไมล์
ระบบสุริยะ

      บรรดาดวงดาวต่างๆ ในจักรวาลจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ เรียกว่า กาแล็กซี่ โดยจะมีประมาณแสนล้านกาแล็กซี่ แต่ละกาแล็กซี่ จะประกอบด้วยดวงดาวประมาณแสนล้านดวง
•  ระบบสุริยะของเรา       มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางมีดาวเคราะห์ 9 ดวงเป็นบริวาร คือ ดาวพุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน และพลูโต

     ระบบสุริยะนั้นเชื่อว่า เกิดจากการรวมตัวกัน ของกลุ่มก๊าซ ในอวกาศ ระบบสุริยะ ของเรามี กำเนิดเมื่อประมาณ 5000 ล้านปีที่แล้ว
      ทฤษฎีของการเกิดระบบสุริยะ มีอยู่ด้วยกันหลายทฤษฎี แต่ทฤษฎีการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ หรือทฤษฎีบิกแบง เป็นทฤษฎีที่นักดาราศาสตร์ยอมรับกันมากที่สุด

ระบบสุริยะ (Solar System)
ดวงอาทิตย์
โลก(Earth)
ดาวยูเรนัส
ดาวเนปจูน
ดาวศุกร์
ดาวเสาร์
ดาวพลูโต
ดาวเสาร์
ดาวอังคาร
ดาวพฤหัส
ดาวพุธ ( Mercury )
      อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ มากที่สุด เวลากลางวันอุณหภูมิสูงถึง 427 องศาเซลเซียส แต่ในเวลากลางคืน อุณหภูมิ ลดต่ำลง เป็น - 183 องศาเซลเซียส หลุมบ่อบางแห่งบนดาวพุธ ลึกมาก จนแสงแดดส่องลงไปไม่ถึงจึงเป็นบริเวณ ที่หนาว เย็นมาก จากการสำรวจของยาน มารีเนอร์ 10 ซึ่งทำแผนที่ พื้นผิว โดยละเอียด พบว่า ดาวพุธไม่มีบรรยากาศ ห่อหุ้ม ไม่มีน้ำ เป็นไปได้ที่จะไม่มีสิ่งมีชีวิต อยู่บนดาวพุธ เพราะมี พื้นผิวแห้งแล้งและ เป็นหินแข็ง ปกคลุมด้วยหลุมบ่อที่ มีขอบคม จำนวนมาก

ดาวศุกร์ ( Venus )
      พื้นผิวส่วนใหญ่ราบเรียบ แต่มีหลายแห่งที่สูงขึ้น คล้ายทวีปต่าง ๆ บนโลก ในบางคืนเราสามารถมองเห็น ดาวศุกร์ได้อย่างชัดเจนทางทิศตะวันตก ตอนหัวค่ำหรือ ทางทิศตะวันออกตอนใกล้รุ่ง ถ้าเห็นเวลาหัวค่ำเรียกว่า ดาวประจำเมือง ถ้าเห็นทางทิศตะวันออกเรียกว่าเรียกว่า ดาวประกายพรึกหรือดาวกัลปพฤกษ์ บรรยากาศของดาวศุกร์ สะท้อนแสงอาทิตย์คล้าย ๆ กระจกสะท้อนแสงแผ่นใหญ่ ๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ดาวศุกร์ปรากฎสว่างมากบนฟ้า องค์ประกอบส่วนใหญ่ของบรรยากาศ เป็นก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้บรรยากาศมีความ กดดันสูง ในบรรยากาศยังมีละอองของกรดกำมะถันอยู่ด้วย ซึ่งถ้าตกลงมาเป็นฝนก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตบนพื้นผิวถูกกัดกร่อน
โลก (Earth)

      อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอเหมาะ จึงทำให้ น้ำบนโลกมีอุณหภูมิพอเหมาะ และอยู่ในสภาวะที่เป็น ของเหลว ไม่เป็นไอหรือน้ำแข็ง โลกมีอากาศสำหรับหายใจ สัตว์และพืชต้องการสิ่งเหล่านี้ในการดำรงชีวิต บรรยากาศ ที่ห่อหุ้มโลกเป็นส่วนผสมของก๊าซชนิดต่าง ๆ มีอยู่หลายชั้น ก๊าซออกซิเจนซึ่งสิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจมีประมาณ 20% ของบรรยากาศโลก
      โลกเป็นดาวดวงหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือก ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง อุกกาบาต ดวงจันทร์ที่เป็นบริวารและเนบิวลา
      จักรวาล เป็นบริวารอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่รู้ว่าไป สิ้นสุดที่ไหนไม่มีใครทราบว่าจักรวาลใหญ่เพียงใด ประมาณกันว่าในจักรวาลนั้น มีดาราจักรหรือกาแลกซี อยู่ถึงหนึ่งแสนดาราจักร

ดาวอังคาร ( Mars )

      พื้นผิวของดาวอังคาร เต็มไปด้วยฝุ่นจำนวนมาก องค์ประกอบ ของดินส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ทำให้ดาวอังคาร มีสีเหลืองเหมือนสนิมเหล็ก เมื่อดูในระยะใกล้จะเป็น คลื่นทรายสีส้ม บางแห่งมีก้อนหินระเกะระกะทั่วไป มีพายุฝุ่นขนาดใหญ่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และเกิดนานหลายสัปดาห์ บรรยากาศบนดาวอังคารเบาบางมาก ส่วนใหญ่เป็นก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์จึงไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย
ดาวพฤหัสบดี ( Jupiter )

      เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของระบบ เราสังเกต พื้นผิวของดาวพฤหัสได้ยาก เนื่องจากมีเมฆปกคลุมอยู่ ตลอดเวลา ไม่มีพื้นผิวที่เป็นของแข็งเหมือนโลก แต่ส่วนใหญ่ จะประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจน ที่รวมอยู่กับก๊าซชนิดอื่น ๆ ในสภาพที่เกือบเป็นของแข็งแต่ไม่มีออกซิเจนเลย นอกจาก จุดสีแดงขนาดใหญ่เกือบเท่าโลก และแถบสีดำพาดขวางแล้ว เราก็มองไม่เห็นอะไร ไปมากกว่านี้เลย

ดาวเสาร์ ( Saturn )

      มีวงแหวนสวยงามล้อมรอบหลายชั้น วงแหวนเป็น ก้อนหินและน้ำแข็งสกปรก องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็น ก๊าซไฮโดรเจน ในบรรยากาศมีส่วนผสมของ ฮีเลียม เป็นจำนวนมาก ฮีเลียมและไฮโดรเจนเป็นก๊าซเบา ทำให้ดาวเสาร์มีความหนาแน่นน้อย ถ้าหากมีมหาสมุทรใหญ่ พอที่จะเอาดาวเสาร์ใส่ลงไปได้ ดาวเสาร์จะลอยน้ำ
ดาวยูเรนัสหรือดาวมฤตยู ( Uranus )

      บรรยากาศของดาวยูเรนัสส่วนใหญ่เป็น ไฮโดรเจน ที่เหลือเป็นฮีเลียม และก๊าซอื่น ๆ บรรยากาศชั้นบนมีฮีเลียม จำนวนมาก ซึ่งทำให้ดาวยูเรนัสมีสีเขียวออกน้ำเงินแกนกลาง เป็นหินแข็งมีขนาดเล็ก
ดาวเนปจูนหรือดาวเกตุ ( Neptune )
      อยู่ห่างไกลมากจึงมองเห็นเพียงเป็นจุดสว่างสีน้ำเงินจาง ๆ สีน้ำเงินของดาวเนปจูนเกิดจากก๊าซมีเทนในบรรยากาศ ซึ่งให้สีน้ำเงิน นอกจากนี้ในบรรยากาศยังมีไฮโดรเจน ฮีเลียม และไอน้ำ ใต้บรรยากาศที่หนาทึบและเต็มไปด้วยเมฆ ดาวเนปจูนอาจประกอบด้วยส่วนผสมของหิน น้ำ แอมโมเนียเหลวและมีเทน
ดาวพลูโตหรือดาวยม ( Pluto )

      มีพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยมีเทนแข็งและไนโตรเจนแข็ง อาจมีบรรยากาศบาง ๆ ด้วย บริเวณขั้วสว่างกว่าที่อื่น ๆ นักวิทยาศาสตร์คิดว่า ขณะที่ดาวพลูโต เคลื่อนที่ห่างจาก ดวงอาทิตย์ บรรยากาศจะเย็นลง และกลายเป็นของแข็ง

วัตถุอื่น ๆ ในท้องฟ้า

ดาวเคราะห์น้อย ( Asteroid )

      ดาวเคราะห์น้อยเป็นเศษชิ้นใหญ่ ๆ ที่เป็นหินแข็งทั้งก้อน หรือส่วนผสมของหินกับโลหะ ดาวเคราะห์น้อยส่วนมาก เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ อยู่ระหว่างวงโคจรดาวอังคารกับ ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับดาวเคราะห์อื่น ๆ " ดาวเคราะห์น้อยที่พบดวงแรก คือ ดาวซีเรส ( Ceres )
ประเภทของดาวเคราะห์น้อย
1. ดาวเคราะห์น้อยประเภทคาร์บอเนเซียส มีมากกว่า ประเภทอื่น เป็นหินแข็งดำกว่าถ่านหิน
2. ดาวเคราะห์น้อยประเภทซิลิกาเซียสหรือแก้ว มีความ สว่างใส เป็นหินมีโลหะปนอยู่ด้วย
3. ดาวเคราะห์น้อยประเภทโลหะ อาจเป็นแก่นกลางของ ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่ระเบิดออกมา
ดาวหาง ( Comet )
      เป็นก้อนน้ำแข็งสกปรก มีทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นวงรีมาก เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก มีเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นที่ดาวหางเข้ามาใกล้ ดวงอาทิตย์ เป็นวัตถุในท้องฟ้าที่ไม่มีแสงในตัวเอง ต้องอาศัยแสงจาก ดวงอาทิตย์ ดาวหางส่วนหัว ประกอบด้วยน้ำแข็ง แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง หินและฝุ่นละอองล้อมรอบด้วย ก๊าซไฮโดรเจน ส่วนหางประกอบด้วยฝุ่นละออง ก๊าซ และโมเลกุลที่เป็นประจุไฟฟ้า ดาวหางเคลื่อนที่รอบ ดวงอาทิตย์เป็นวงรีมาก เมื่อโคจรอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ จะไม่มีหางเมื่อโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ จะมีหางพุ่งใน ทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์และสว่างขึ้น
    

อุกกาบาต ( Meteor )

      อุกกาบาตมีขนาดเล็กกว่าดาวหางมาก อาจเป็นฝุ่น หรือก้อนหินที่มาจากดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อย เป็นวัตถุที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศ เมื่อล่องลอยเข้ามาใกล้โลก จะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงดูดให้ตกลงสู่พื้นโลก ขณะที่ ตกลงมาจะเสียดสีกับบรรยากาศของโลก ทำให้ลุกไหม้เป็น ลูกไฟพุ่งลงเป็นแสงสว่าง ชาวบ้านเรียกว่าดาวตก หรือ ผีพุ่งไต้ ถ้าลุกไหม้ไม่หมด ส่วนที่เหลือตกลงสู่พื้นโลก เรียกว่า อุกกาบาต

 

 

•  ดวงดาวรวมกลุ่มกันอยู่เป็นระบบเรียกว่า กาแลกซี กาแลกซีทางช้างเผือกเป็นกาแลกซีที่โลกเราเป็นสมาชิกอยู่ด้วย มีดาวอยู่มากจำนวนถึง 100,000 ดวง

 

 

 

แรงโน้มถ่วงของโลก คือ แรงดึงดูดที่มวลของโลกกระทำกับมวลของวัตถุ เพื่อดึงดูดวัตถุนั้นเข้าสุ่ศูนย์กลางโลก แรงดึงดูดจะมากขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุ และระยะทางระหว่างวัตถุกับจุดศูนย์กลางของโลก

 

•  จรวดที่มนุษย์ใช้เป็นยานพาหนะ นำนายอวกาศ ออกไปสำรวจดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้า ต้องมีความเร็วมากกว่า ความเร้ซพ้น ซึ่งมีค่าประมาณ 11.2 กิโลเมตรต่อวินาที

•  ดาวเทียมหรือยานอวกาศโคจรรอบโลกได้ ต้องมีความเร็วมากกว่า ความเร็วโคจรรอบโลก แต่จะต้องไม่มากเกินไป มิฉะนั้นจะหลุดพ้น จากวงโคจรรอบโลก ออกไปเป็นโคจรรอบดวงอาทิตย์
•  สภาพไร้น้ำหนักจะเกิดขึ้น เมื่อภายในยานอวกาศไม่มีแรงดึงตัวเองลงบนพื้นรองรับ
•  ดาวเทียมมีทั้งชนิดที่เป็นดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ดาวเทียมสื่อสาร และดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ
•  ดาวเทียมทุกระบบจะติดตั้งเครื่องส่งวิทยุ ส่วนดาวเทียมสำรวจทัพยากรธรรมชาติ จะติดตั้งกล้องถ่ายภาพด้วย
•  ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตร การใช้ที่ดิน สิ่งแวดล้อม สภาพป่าไม้ ลักษณะขอบเขตของภูมิประเทศ และรูปร่างของแม่น้ำ รวมทั้งความลึกของแม่น้ำ

 

 

การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์

      การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ จำแนกออก เป็น ดวงเคราะห์วงใน ซึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ มากกว่าโลก (มีรัศมีวงจรแคบกว่าโลก) และดาวเคราะห์ วงนอก ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไป (มีรัศมีวงจรกว้างกว่าโลก)

ดาวเคราะห์ (The Planets) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ดาวเคราะห์วงใน ( Inferior Planets ) คือดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ ดาวพุธ และดาวศุกร์
2. ดาวเคราะห์วงนอก ( Superior Planets ) คือดาวเคราะห์ที่อยู่ถัดจากโลกออกไป ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน และดาวพลูโต
      จำนวนดวงจันทร์บริวาร พบในดาวเสาร์มากกว่าทุกดาว เคราะห์ที่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร ส่วนดาวพุธและดาวศุกร์ ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร

 

 

 

 

 

 

 
•  ควอซาร์ เป็นวัตถุคล้ายดาว มีขนาดเล็กกว่ากาแลกซี แต่มีพลังงานมากกว่ากาแลกซี

•  ดาวเคราะห์น้อย เป็นกลุ่มของแข็ง และดาวเคราะห์ ขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ อยู่ระหว่าง ดาวอังคาร กับดาวพฤหัส มีประมาณ 3-5 หมื่นดวง ขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

กาแลกซี

      ลักษณะของกาแลกซีแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ กาแลกซีที่มี รูปร่างไม่แน่นอน กาแลกซีรูปกังหัน และกาแลกซีรูปไข่